รีวิว

“ชิลล์ๆ ที่ดาวอังคารกับ New CBR650R 2022”

“ชิลล์ๆ ที่ดาวอังคารกับ New CBR650R 2022”

เมื่อครั้งก่อนเราเคยนำ CBR650R ใหม่ไปเฆี่ยนในสนามกันมาแล้ว ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ารายละเอียดการอัพเดทของตัวโมเดลปี 2022 ทำให้มันกลายเป็นรถสปอร์ตไซส์กลางสุด Versatile ที่มีความอเนกประสงค์เรื่องการใช้งานแบบ ครบ จบ จริง มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะนำลงไปหวดในแทร็ก ใช้งานในชีวิตประจำวันหรือขับขี่ท่องเที่ยวเดินทางทุกทิศทั่วไทย

ในวันนี้เรามีโอกาสได้กลับมาอยู่กับ New CBR650R อีกครั้ง แต่เป็นในลักษณะของการนำมาขับขี่แบบชิลล์ๆ สัมผัสเส้นทางธรรมชาติอันสวยงาม เป็นหนึ่งวันสบายๆ ร่วมกับรถซูเปอร์สปอร์ตรุ่นขายดิบขายดีที่น่าจะไฮไลท์ให้เห็นถึงความสะดวกคล่องตัวและพละกำลังบนถนนจริงของรถรุ่นนี้ได้อย่างครอบคลุม

ผมตรงดิ่งออกจากเมืองหลวงแต่เช้าตรู่ ฝ่าการจราจรปะปรายด้วยความคล่องตัวของ CBR650R จากถนนสายหลักสู่ถนนสายรองฟากตะวันตกของกรุงเทพฯ ที่มีเส้นทางสวยๆ เชื่อมต่อไปยังอำเภอต่างๆ พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง แถมบางเส้นยังเป็นถนนส่วนบุคคลที่สวยงามแบบ Unseen ซึ่งน้อยคนนักน่าจะเคยเห็น เส้นทางในวันนี้เป็นเขตรอยต่อของ จ.สุพรรณบุรีกินพื้นที่ของกาญจนบุรีเข้าไปในตัว ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพ มีวิวทิวทัศน์ที่งดงามไม่แพ้ใคร อากาศก็ยังคงเย็นอยู่ถึงจะเป็นช่วงปลายหนาวแล้วก็ตาม โดยทางนั้นมีทั้งขึ้นเขา-ลงเขา โค้งสวยๆ ให้ได้ขับขี่อย่างสนุก ซึ่งจุดหมายของเราในครั้งนี้อยู่ที่ อ่างเก็บน้ำห้วยกระพร้อย ที่มีจุดชมวิวระหว่างทาง ร้านอาหารและกาแฟอร่อยๆ ให้ได้รื่นรมย์กัน

มาพูดถึงคู่หูของผมในวันนี้นั่นคือ CBR650R 2022 กันบ้าง ตัวนี้เป็นสีใหม่ สีน้ำเงิน  Pearl Spencer Blue ซึ่งมาในเส้นสายและลวดลายกราฟิกใหม่ที่เฉียบคม สื่อถึงความเป็นสปอร์ต สีน้ำเงินใหม่ยังให้ความต่างของอารมณ์และขับให้รถนั้นมีความคมเข้ม เสริมมิติของโครงสร้างให้ชัดเจน ทะมัดทะแมง

ส่วนเรื่องกำลังของเครื่องยนต์ การันตีแบบเชื่อขนมกินได้เลยว่ามาติดมือและคุมง่าย กับขุมพลังสี่สูบเรียง 649 ซีซี DOHC ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ส่งกำลังสู่ล้อหลังด้วยแรงม้า 93.8 hp ที่ 12,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 63 นิวตันเมตร ที่ 9,500 รอบ/นาที โดยฮอนด้าเลือกใช้มิติกระบอกสูบ x ช่วงชักแบบสูบโตช่วงชักสั้น 67 x 46 มม. พร้อมกำลังอัด 11.2:1 รอบเครื่องจึงมาเร็ว (ถึงจะไม่เร็วเท่า RR) แต่ก็มีกำลังช่วงต้น-กลาง ให้เรียกใช้ได้ทันท่วงทีและอำนวยความสะดวกต่อการใช้งานในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะแรงบิดในรอบต่ำที่มาแบบนุ่มหนัก คอนโทรลง่าย กำลังรับกันต่อเนื่องในแต่ละเกียร์ไปจนถึงช่วงปลายที่ไหลดีทีเดียว ความเร็ว 160-170 จึงมีมาให้เห็นได้สบาย ๆ

ถึงแม้คันเร่งยังคงใช้สายเคเบิ้ลคู่อยู่ แต่ก็ยังสั่งเรือนลิ้นเร่ง (Throttle bodies) ได้อย่างแม่นยำเสริมด้วยระบบ Traction control และ ABS เท่านี้ก็เหลือๆ ผมบิดเพลินๆ เกินห้ามใจเผลอแพร๊บเดียวก็มาถึงสุพรรณบุรี  ด้วยความตั้งใจที่ว่าจะต้องวิ่งให้ถึงหนองปรือเพื่อให้ทันเก็บภาพแสงแรกที่ช่องเขาขาด ซึ่งเป็นจุดที่น้อยคนนักจะได้เห็น…แล้วเราก็ได้ภาพสมใจ

เมื่อถึงคราวต้องหยุดให้ตรงกับจุดในการถ่ายภาพเพื่อให้ได้แอคชั่นในมุมต่างๆ การรวบเกียร์พร้อมด้วยการเบรกอย่างหนักโดยเฉพาะเบรกหน้า ระบบ Slip & Assist clutch พร้อม ABS 2 Channel ของ CBR650R ก็เอาอยู่ หยุดได้ตามต้องการแบบ ไม่ย้อย,ไม่ย้วย และก็ไม่ยับ ขณะที่โช้คหน้าเองก็คืนตัวในจังหวะพร้อมให้ Rock and Roll คือไม่เร่งรีบ นิ่งหนึบ (Rock) พร้อมให้เดินคันเร่ง (Roll) ต่อได้แบบเนียน ๆ ทำให้สามารถออกแอคชั่นตามความต้องการของช่างภาพเป๊ะๆ

เป็นการขับขี่เพื่อแสดงถึงสมรรถนะของตัวรถ ถ่ายทำบนถนนส่วนบุคคล ภายใต้การดูแลของทีมงาน

อย่างบางช่วงก่อนที่จะขี่ทะลุออกไปยังเส้น 304 มีการทำถนนอยู่เป็นระยะๆ ระบบกันสะเทือนทั้งหน้า-หลังของ CBR 650R ก็เอาอยู่อย่างสบายๆ มันอาจจะดูค่อนข้างนิ่มถ้าจอดอยู่แล้วไปกดขึ้น-ลง แต่พอขี่จริง ๆ เจอทางลักษณะนี้ทั้งในความเร็วปกติ หรือแม้กระทั่งความเร็วสูงซักหน่อย บอกเลยว่า หลุม,บ่อ หรือรอยปะของถนน (ไม่ได้กินซะละ) ผ่านฉลุย

เพียงไม่นานผมก็ทะลุออกทางเลี้ยวซ้ายไปสุพรรณบุรี อากาศยังคงเย็นสบายๆ ขี่ไปเรื่อย ชิดซ้ายบ้าง เปลี่ยนเป็นเลนขวาบ้างแล้วแต่จังหวะและช่วง ปุๆ ปะๆ ของถนน วิ่งไปได้สักระยะ แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ก็เริ่มส่องลงมาพร้อมกับรถบรรทุกหนักที่เรียงรายกันอยู่บนท้องถนน ผมเร่งแซงด้วยรอบเครื่องยนต์ที่เรียกเมื่อไหร่ก็มาในระดับเกียร์ 6 สปีดที่ใช้ทั้ง เกียร์ต่ำรอบต่ำหรือเปลี่ยนเกียร์สูงรอบเครื่องสูง กำลังก็ยังมาทันทีที่คิดจะแซง พอทางเริ่มโล่งให้ได้หายใจหายคอเพราะไม่ต้องมานั่งกังวลกับเหล่า ออพติมัส ไพร์ม ที่มี 10 ล้อบ้าง 18 ล้อบ้าง วิ่งกันสะเปะสะปะ ในจังหวะที่ต้องเบี่ยงเลนหลบหลุมที่พี่ใหญ่เขาขุดไว้ CBR650R ก็ยังคงลุยผ่านไปด้วยระบบกันสะเทือนที่ยอดเยี่ยม

ในเรื่องของท่านั่งขับขี่เดินทางนั้นก็ไม่เมื่อยล้าเพราะช่วงขาที่อยู่บนพักเท้าและหลังไม่ต้องงอมาก ทำให้เอว ต้นคอรู้สึกสบาย แม้จะต้องแบกน้ำหนักของหมวกกันน็อคกับกระแสลมที่กดลงมาจากการตัดอากาศของชิลด์หน้าก็ตาม เหตุผลที่ช่วงแขนและลำตัวเป็นอิสระไม่เครียดเพราะแฮนด์เดิ้ลบาร์ที่ติดตั้งมานั้นถึงแม้จะเป็นแบบ Clip on แต่ก็ไม่ได้ทำองศากดต่ำเพราะยกระดับไว้ได้ดีมาก หากต้องการจะหมอบก็หมอบได้แบบอกติดถังน้ำมันอยู่ใต้ชิลด์ ที่สำคัญการวางองศาแฮนด์แบบนี้ยังเหมาะกับการลงสนามสำหรับผู้ชื่นชอบความเร็วเพราะสามารถกดรถให้เอียงในโค้งได้มากยิ่งขึ้น

ส่วนในช่วงทางตรงเมื่อเราเน้นที่พลัง ก็สัมผัสถึงความเร็วที่ส่งผ่านจากเครื่องยนต์สู่ล้อหลัง เพิ่มความเกาะถนนด้วยระบบกันสะเทือน USD SFF-BP กับกันสะเทือนหลังเดี่ยวที่ปรับ Preload ได้ถึง 7 ระดับ ยิ่งทำให้การเอียงรถในโค้งที่ทอดตัวยาวไปสุดริมอ่างเก็บน้ำหรือโค้งที่ดิ่งลงเขาแล้วต้องเอียงรถทันทีสามารถทำได้อย่างดี จุดนี้ทำงานผสานกับองศาคอ 25°(Rake) ที่มีความลาดเอียงของกันสะเทือนหน้า (Trail) 101 มม. ซึ่งไม่ว่าจะเลี้ยวด้วยความเร็วสูง, ตกหลุมหรือออกจากโค้งซ้าย-ขวา ด้วยรอบเครื่องยนต์ที่สูงลิ่ว มันก็ยังคงนิ่ง, เสถียร,หน้าไม่สะบัดและเกาะโค้งเอามากๆ

ทั้งหมดถูกจัดการโครงสร้างให้เบ็ดเสร็จอยู่ในเฟรมแบบ Steel Diamond ที่ถึงจะยังเป็นเฟรมเหล็ก แต่ก็มั่นคงมากไม่มีอาการกระพือหรือแกว่งให้เห็นเลย จากการทำงานของสวิงอาร์มที่เคลื่อนที่ขึ้น-ลง ตามแนวดิ่ง (vertical) ทันทีที่ต้องการหยุดความเร็วทั้งแบบกะทันหัน หรือแบบนุ่มนวล ระบบเบรก 4 พอร์ท Radial-mount ของ Nissin และระบบเบรกหลัง ลูกสูบเดี่ยว ที่ทั้งหน้า-หลังเป็นแบบ Hydraulic ควบคุมแรงดันด้วย ABS 2 Channel ก็สามารถหยุดพร้อมลดแรงดันเมื่อมีการกดเบรกด้วยน้ำหนักเต็มแรง หรือส่งและลดแรงดันของความถี่ในการเกาะจับได้อย่างแม่นยำ จึงทำให้ล้อหน้าที่ใช้ยาง 120/70ZR-17 ยางหลัง 180/55ZR-17 เกาะถนนโคตรๆ ส่วนระบบไฟส่องสว่างนั้นก็ไม่ต้องกังวลเพราะเป็นระบบไฟ LED ทั้งคัน สว่างทั้งกลางวันและกลางคืนยิ่งในยามเช้ามืดตอนที่ผมออกเดินทางนั้นบอกเลยว่าหายห่วง

เรามุ่งตรงสู่ห้วยกระพร้อยเพื่อวิ่งเลียบขอบอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีโค้งต่างๆมากมาย แคบบ้างกว้างบ้าง ซ้ายทีขวาที จะเร่งแรง,เร่งเร็ว หรือเร่งแบบเนิบๆ CBR650R ก็ไปตามสั่งเพราะตัวรถออกแบบมาให้เน้นควบคุมง่าย ที่สำคัญคือเมื่อเราคุมมันอยู่มือ ไปได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องเกร็ง หรือเครียด ความสนุกในการขับขี่ก็จะบังเกิด

หลุดมาถึงตรงบริเวณนี้มีทั้งธรรมชาติและเส้นทางที่สวยงาม เรียกว่าบิดกำลังเพลิน ๆ ก็เจอป้ายบอกว่ามาถึง “ดาวอังคาร” แล้ว จอดรถ ยืนงงอยู่ซักพักว่าเราเผลอไปขึ้นจรวดตั้งแต่ตอนไหน กลิ่นกาแฟหอมๆ ก็โชยมาเตะจมูก ถึงได้กลับมาสู่โลกอีกครั้ง และทราบว่าที่เขาเรียกดาวอังคารเพราะเป็นชื่อ “ร้านดาวอังคาร ลานกางเต็นท์” ที่มีธรรมชาติสวยงาม บรรยากาศสบายๆ และจุดกางเต็นท์แห่งใหม่ริมอ่างเก็บน้ำห้วยกระพร้อย

วันเดย์ทริป “ชิลล์ๆ ที่ดาวอังคาร” ของเราร่วมกับ CBR650R ใหม่คงต้องจบลงเพียงแค่นี้ รถขี่ง่าย,สบายๆ เมื่อยก็จอด หิวก็กิน ไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยและตอบสนองความต้องการได้ตลอดเวลา แฮปปี้กว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางการขับขี่ที่ไบค์เกอร์หรือผู้ใช้รถจักรยานยนต์ท่านใดก็ไปได้ แต่ถ้าอยากรู้ว่าไปด้วย Honda CBR650R แล้วเป็นอย่างไร? คล่องตัวแค่ไหน? ลองไปทดลองขับขี่และจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ฮอนด้าบิ้กวิงทุกสาขาทั่วประเทศ …แล้วลองออกไปสัมผัสอิสระและความสุขในการเดินทางในสไตล์คุณได้เลยครับ

Word/Test: Saen Boonchoeisak

Photo: เฉาก๊วย จำนาญศิลป์

คุณได้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว

ลงทะเบียนแจ้งเตือน
โปรโมชันพิเศษสำหรับคุณ

ลงทะเบียน
แจ้งเตือนโปรโมชัน
พิเศษสำหรับคุณ

ข้อเสนอพิเศษ
เฉพาะคุณ
ไม่พลาด
ทุกความเคลื่อนไหว
อัปเดตรุ่นรถใหม่
ก่อนใคร
Email ไม่ถูกต้อง
ลงทะเบียน