รีวิว

รีวิว Honda New CB1300 Super Four 9 ประเด็น เต็มทริป

รีวิว Honda New CB1300 Super Four 9 ประเด็น เต็มทริป

…บอกเลยว่าหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ที่เป็นความปรารถนาของนักบิดทั่วโลก คือ Honda CB1300 SF ซึ่งปัจจุบัน Honda ยังผลิตรถรุ่นนี้จำหน่ายอยู่และเป็นรถที่ขายดีไม่เคยเอาท์!! …แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะ CB1300SF ไม่ได้สักแต่ขายหน้าตาสปอร์ตไฟกลมที่ไม่เคยพัฒนาอะไร …กลับกันรถรุ่นนี้ยืนหยัดเป็นไอคอนของวงการยานยนต์ 2 ล้อ บนพื้นฐานการพัฒนาที่ซ่อนอะไรดีๆไว้มากมาย…ไปอ่านกันเลย!

1. มิติการควบคุม

น้ำหนักเยอะ 267 กก. แต่พอขี่จริง กลับ เบา-ขี่ง่าย ผลหลักๆมาจากการ “พัฒนา” เมนเฟรมแบบ “เปลคู่” ให้มีจุดยึดเครื่องยนต์ในตำแหน่งที่พอเหมาะ จนเกิด “ความเสถียร” สามารถกระจายน้ำหนักรถออกไปตลอดทั้งคันได้อย่างดี ตรงนี้เป็นสิ่งที่ Honda ใส่ใจมาตลอด ไม่แปลกที่รถรุ่นนี้ยังคงได้รับความนิยมจนเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจนั่นเอง

ช่วงแฮนด์กว้าง 795 กับระยะจากเบาะนั่งสูง 780 มม. เป็นช่วงการขับขี่ที่เรียกว่า “เฉพาะตัว” ของซูเปอร์โฟร์เลย คุมง่ายสบายแขน สังเกตว่าตำแหน่งเว้าของถังน้ำมันนั้นพอดีกับการล็อคเข่าหนีบเข้ากับรถ ตรงนี้คนขี่รู้สึกได้เลยว่ากระชับช่วงขา คนซ้อนก็เช่นเดียวกัน

ในเรื่องการควบคุม คนร่างเล็ก สูง 160 ซม.ขึ้นไปที่พอมีทักษะการขี่บิ๊กไบค์อยู่บ้าง สามารถขี่ได้ไม่ยาก เพราะรถออกแบบมาดีเยี่ยม คนขี่ถ้ามีการออกกำลังแขนให้แข็งแรง ไปกับรถคันนี้ได้สบาย

2. เบาะนั่ง

เบาะเป็นงานหนังที่ปราณีต และดีไซน์เชฟให้นั่งขี่แล้วรู้สึกสบาย เบาะและท้ายเห็นว่ามีความกว้าง ถ้าเป็นสายเดินทางก็แค่กระเป๋ากันน้ำดีๆ สักใบกับสายรัดหรือตาข่ายแบบพวก Moto Fizz ออกทริปได้เลย

3.ขุมพลัง

ได้ชื่อว่า Super Four ก็ต้องเครื่อง 4 สูบ หม้อน้ำ สำหรับบล็อคนี้ใช้เครื่องยนต์ใหม่ 1,284 ซีซี. 4 สูบเรียง 4 วาล์ว DOHC หัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ กับท่อแบบ 4 ออก 1 ที่ให้เสียงหวาน สุภาพ (ใครอยากหวานดุๆก็ไปหาท่อแต่งเอา)

คาแรคเตอร์เครื่องยนต์ นุ่มนวล แต่ทรงพลัง ช่วงรอบต่ำจนถึงกลางถูกปรับจูนให้ช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการจัดการกับน้ำหนักตัวของรถคันนี้ได้ดีขึ้น ส่วนรอบสูงนั้นคือความสนุกในสไตล์รถสี่สูบเรียงจากฮอนด้า ซึ่งจากการลองอัตราเร่งให้ช่วงที่สั้นมากกับการเร่ง 0-100 ตัวเลขความเร็วปลาย 200 กม./ชม.นั้น ความจริงยังเหลือในมือไปได้อีกเยอะ

ทริปนี้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงผมใช้ดูจากหน้าจอเลย(มีฟังก์ชั่นนี้อยู่) ได้ราวๆ 20 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าน่าพอใจมากๆ

4. เกียร์และคลัทช์

CB1300SF รุ่นนี้ ให้คันเร่งมาแบบคันเร่งไฟฟ้า throttle-by-wire ตอบสนองการบิดแม่นยำ ใกล้เคียงกับลักษณะของคันเร่งสายแบบคลาสสิก ขณะที่เกียร์ 6 สปีด เรนจ์ช่วงเกียร์ค่อนข้างกว้าง พร้อม Assist Slipper Clutch ที่ให้สัมผัสนิ่มนวล และลดอาการ “ล้อหลังล็อค” จากการเชนเกียร์ลงที่รอบความเร็วสูง ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ได้สมูทมาก

5.ระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยในการขับขี่

New CB1300 SF ได้เชื่อมโยงเข้าสู่ความเป็นรถสมัยใหม่ โดยมี 3 โหมดขับขี่ Sport, Standard, Rain ซึ่งแต่ละโหมดปรับค่าความไวของคันเร่งที่มีพละกำลังลดหลั่นกันไปตามแต่ละโหมด ช่วงที่ใช้งานในเมืองผมเลือก Rain และบางช่วงของการเดินทางก็เลือก Sport กับ Road สลับกันไป

สำหรับสายเดินทางที่ “ขี้เมื่อย” Cruise Control เซ็ทความเร็วที่ต้องการตรงปุ่มที่แฮนด์ฝั่งขวา อันนี้บางคนชอบเพราะช่วยลดอาการเกร็งเมื่อยเวลาขี่ทางไกล และยังมีฮีทกริ๊ป ปรับได้ถึง 5 ระดับ(สวิทช์อยู่ที่แฮนด์ด้านซ้าย) อันนี้เวิร์คมากๆครับ ทั้งตอนขี่ตากฝนและขี่เที่ยวดอย ยกตัวอย่างดอยอินทนนท์นี่เลย เจอหนาวๆฮีทกริ๊ปช่วยได้

เรื่องความปลอดภัยมีระบบควบคุมแรงบิด HSTC-Honda Selectable Torque Control หรือ TC ที่เราคุ้นเคย ซึ่งผมมองว่ารถ 4 สูบขนาด 1300 ซีซี.แบบนี้ TC นั้นมีประโยชน์จริงๆ เพิ่มความปลอดภัยได้มาก โดยเลือกเปิด-ปิดได้จากสวิทช์ที่แฮนด์ฝั่งขวา

6.ช่วงล่าง

ช่วงล่าง เริ่มจากโช้คอัพหน้าเทเลสโคปิคแบบปกติ ขนาดแกน 43 มม. เดิมๆมีความนุ่มนวลมาก ทั้งนี้ตัวโช้คหน้าของ CB1300SF สามารถปรับค่าได้ง่ายๆ ตรงหัวโช้คด้านบนนั่นเอง เซ็ทดีๆโช้คเดิมเอาอยู่เลยครับ

ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คหลังคู่ Showa สปริงสีแดงมีซับแทงค์ ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มหลังอลูมิเนียม โช้คหลังสามารถปรับค่า extension ได้ละเอียดถึง 15 ระดับ และปรับ Compression ได้อีก 4 ระดับ อย่างไรก็ตาม ทริปนี้ผมขี่เซ็ทติ้งจากโรงงานรู้สึกได้ว่าช่วงล่างถูกปรับมาให้หนึบนุ่มนวลพอเหมาะดีแล้ว ทั้งความเร็วต่ำ กลาง สูง การขับขี่สบายไม่รู้สึกว่าเรากำลัง “ฟัด” กับยักษ์1300 แต่อย่างใดเลยครับ ส่วนถ้าใครเป็นสายซิ่งผมว่าควรใส่กันสะบัดแผงคอสักตัวก็จบเรื่อง

7.ระบบเบรก

ดิสก์เบรกคู่ด้านหน้าขนาด 310 มม. ปั๊ม Nissin คาลิเปอร์ 4 พอต และดิสก์เดี่ยวด้านหลังขนาด 256 มม. ลองแล้วพบว่ามันมีความ “พอดี” กับการใช้งาน ABS 2 ชาแนล หน้า-หลัง สั้นๆเลยว่าเบรกดีครับ

8.ฟังก์ชั่น

นอกจากเรื่องของหน้าตาคลาสสิกกับเครื่องยนต์ทรงพลัง New CB1300SF ไม่ได้ละเลยเรื่องฟังก์ชั่นที่ออกแบบให้ “ใช้งาน” ได้ดีด้วย หน้าปัดกลมแบบคู่ แยกวัดรอบกับวัดความเร็ว ยังคงอยู่ตามอารมณ์ CB คลาสสิก แต่หน้าจอดิจิตัลที่ให้มาเป็น TFT บอกข้อมูลเลขเกียร์ที่เด่นชัด บอกปริมาตรน้ำมันคงเหลือในถัง บอกโหมดการขับขี่ เซ็ททริปได้ 2 ทริป รวมทั้งเลือกดูอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน อุณหภูมิภายนอก ฯลฯ ได้ครบถ้วน การเซ็ทจอใช้ 2 ปุ่มเล็กๆตรงใกล้ๆจอ TFT นั่นเอง
ที่เซอร์ไพรส์มี USB TYPE C อยู่ใต้เบาะ เปิดเบาะมาชาร์จอุปกรณ์ได้เลย มีที่ล็อคแขวนหมวกกันน็อคใต้เบาะฝั่งซ้าย

9. บทสรุป

รถรุ่นนี้มีระยะเช็คที่ 6,000 กม. ระยะเปลี่ยนถ่ายของเหลวที่ 12,000 ค่าใช้จ่ายไม่ต่างจากรถบิ๊กไบค์ญี่ปุ่นนำเข้าทั่วไป แต่สิ่งที่ผมอยากบอกคือ ถ้าคุณเป็นคนที่รักมอเตอร์ไซค์ และอยากได้มอเตอร์ไซค์สักคันที่เมื่อเวลาผ่านไป มันจะไม่ใช่มอ’ไซค์เก่า แต่จะเป็น “มรดก” สายพันธุ์ CB ที่ส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้อีก…แนะว่าเล่น คันนี้เลยครับ ขี่ดี ขี่ง่าย สไตล์เด่นชัด พูดง่ายๆว่าโคตรจบ!! ราคา CB1300SF 575,000 บาท เท่านั้น!!

 

คุณได้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว

ลงทะเบียนแจ้งเตือน
โปรโมชันพิเศษสำหรับคุณ

ลงทะเบียน
แจ้งเตือนโปรโมชัน
พิเศษสำหรับคุณ

ข้อเสนอพิเศษ
เฉพาะคุณ
ไม่พลาด
ทุกความเคลื่อนไหว
อัปเดตรุ่นรถใหม่
ก่อนใคร
Email ไม่ถูกต้อง
ลงทะเบียน