TH | EN
Find Dealer
Call Center
02-725-4000

รีวิว New ADV350 Full Trip 8 เรื่อง ควรรู้ก่อนซื้อ!!

NewADV350

กระแสโคตรแรง!และยังไม่มีทีท่าจะเอาท์ง่ายๆ สำหรับ New ADV350 เอ.ที.พรีเมียมในสไตล์ SUV จาก Honda ที่ขึ้นชั้นเป็น “ยอดฮิต” อีก 1 รุ่นของเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อย และหลังจากไทยฮอนด้าส่งรถรุ่นนี้มาให้เราใช้งานรวมถึงออกไปเดินทางเต็มทริป แอดฯโยก็เก็บประเด็นมาฝากกันครบๆ 8เรื่อง ตามนี้!!

1.ใช้งานในเมือง…คล่องตัวไหม?!?

คำถามนี้อาจจะตรงใจใครหลายคน เพราะส่วนหนึ่งก็ใช้รถกันแบบ “โอเวอร์ออล” คือ ทั้งขี่ทำงานทั้งขี่ไปเที่ยว ดังนั้นเราจึงเริ่มด้วยการนำ New ADV350 มาขี่ในเมือง “ย่านรถติด” ดูซะเลย ด้วยความเป็น SUV Bike อย่างแรกต้องยอมรับว่า “แฮนด์กว้าง” กว่าบิ๊กสกู๊ตเตอร์ทั่วๆไป โดยกว้างถึง 895 มม. ขณะที่ความสูงเบาะ795 มม. อีกทั้งน้ำหนักตัวขนาด 186 กก.(พร้อมของเหลวและน้ำมันเต็มถัง) รวมทั้งระยะฐานล้อกว้าง ทำให้รถคันนี้ “เรียกร้องทักษะ” การคอนโทรลรถจากผู้ขี่ในระดับนึงหากจะไปใช้ในช่วงการจราจรหนาแน่นก็ผ่านฉลุย ทั้งนี้ ด้วย “ช่วงรถ” ที่ดีและบาลานซ์ยอดเยี่ยม แถมการตอบสนองคันเร่งของเครื่องยนต์ปรู๊ดปร๊าดติดมือฉับไวมากๆ ทำให้จังหวะการโยก -มุด -เร่ง ในเมืองกลายเป็นเรื่องง่าย

อย่างไรก็ตามในตำแหน่งหัวเบาะที่ค่อนข้างกว้าง ตรงจุดนี้คนร่างเล็กต้องใช้เทคนิคสไลด์ก้นมาด้านหน้าบ่อยๆในช่วงที่รถชะลอเข้าจอดตามไฟแดง (อ้อ เสริมนิดว่าเบาะให้ความนุ่มของนวมดีมากจากที่ขี่ทางไกลไม่มีเมื่อย)

2. ขี่ทางไกล ฝ่าลม ออกอาการยังไง?

มีข้อสงสัยมากมายในเรื่อง “แอโรไดนามิค” ของ New ADV350 เนื่องจาก Honda ออกแบบให้มีโฉมใกล้เคียง X-ADV750 ซึ่งลักษณะของ “ส่วนหน้ารถ” ต่างออกไปจากความเรียว-เพรียว แบบสไตล์สปอร์ตจ๋าๆ ผมเก็บความสงสัยนี้เอาไว้แล้วลองสังเกตการวิ่งฝ่าลมด้วยความเร็วสูงช่วงออกทริปพบว่าแม้ New ADV350 จะไม่กินลมฉิวเท่ากับ Forza350 แต่มันเอาตัวรอดได้ครับ อาการต้านลมน้อยกว่าที่คาดไว้มาก และการที่ออกแบบให้มี “วิงเล็ต” ซ่อนอยู่ทั้งสองริมขอบชุดบอดี้ด้านหน้า มีผลสำคัญต่อการดึงอากาศให้โฟลว์และกดหน้าให้รถวิ่งได้ “นิ่ง” ดีทีเดียวในความเร็วสูงต่อเนื่อง

สิ่งหนึ่งที่มีผลต่อแอโรไดนามิคคือ “ชิลด์หน้า” ซึ่งมีการเว้าข้างเอาไว้รวมทั้งทำช่องระบายลมได้กึ่งกลาง ผมลองแล้วก็ได้ข้อมูลว่า ถ้าจะ “ซิ่ง” เราควรเลือกปรับระดับชิลด์เอาไว้ต่ำสุดจะเหมาะกว่าเพราะมันลดการต้านลมได้ดี (ในแง่ของตัวรถที่จะพุ่งผ่านอากาศ) แต่หากใครไม่ชอบให้ลมปะทะตัวมากนักก็ปรับระดับขึ้นมาเป็นสูงสุด(ปรับได้ 4 ระดับ) ซึ่งต้องจอดแล้วดึงปรับด้วยมือ

3. ขุมพลัง ESP+ แรงจริง!

จุดเด่นที่กล่าวถึงกันทั้งวงการคือ “ขุมพลัง” ของ ADV350 ที่รับมรดก “โคตรแรง” บล็อคESP+ พิกัด 329.6 ซีซี.มาจาก Forza 350 นั่นเอง …ทริปนี้นอกจากการตอกย้ำความมันส์ของคันเร่งที่ส่งพลังติดมือทั้งการขี่ในเมือง รวมไปถึงช่วงซัดยาวๆเดินทาง โดยทำความเร็วปลายได้ที่ 155 กม./ชม. และยังไหลได้อีกพอสมควร แน่นอนการแร่งแซงรถใหญ่ร่วมทางทำได้อย่างง่ายดาย

ส่วนการลงไปขี่ในทางเทรล ขุมกำลังบล็อกนี้ออกแบบมาตอบโจทย์อยู่แล้ว เพราะแรงบิดรอบต้นจัดจ้าน พารถผ่านเส้นทางที่มีอุปสรรคแบบเทรลได้สบาย…แม้จะเค้นกำลังต่อเนื่องทั้งทางดิน-ทางดำ การออกแบบภายในเครื่องยนต์ที่เน้นมาเพื่อความเสถียรของย่านกำลังก็ทำให้รถยืนระยะได้ดีเยี่ยม แต่อยากฝากเป็นข้อคิดสักนิดกับใครที่นำรถลงไปลุยทุ่ง ต้องสังเกตบรรดากิ่งไม้แหลมระดับต่ำให้ดีเพราะหม้อน้ำของรถอยู่ด้านล่าง ถ้าเกิดเสียบทะลุเข้ามา…เรื่องใหญ่นะ!

4. HSTC 2ระดับ

Honda ออกแบบให้ HSTC(Honda Selectable Torque Control) เป็น 2 ระดับ นี่คือสิ่งที่ “เวิร์ค” มาก เนื่องจากทริปนี้ขี่อยู่ใน “สถานการณ์จริง” แบบตั้งใจเน้นๆในช่วง “ทางดิน” แล้วสามารถเลือกระดับการ “ตัดอาการล้อหลัง” ของ TC ได้ตามสภาวะเส้นทาง มันเหมาะจริงๆครับกับสายขี่เที่ยว อย่างช่วงเส้นทางที่ดูแล้วมีลักษณะ ทราย-หิน-กรวดลอยเต็มๆล้วนๆ ผมก็เปิด HSTC แค่ระดับแรก เพื่อให้รถปั่นล้อตะกุยผ่านไปได้(ถ้าเปิดเต็มระบบ รถมันก็ตัดการทำงานล้อหลังอยู่นั่นละไปไหนไม่รอด) แต่บางช่วงที่เส้นทางแบบทางเปียกลื่น และพวกที่เป็นหินลอยบนทางดำ อันนี้ก็เลือก HSTC ให้ทำงานเต็มระบบไว้รอได้เลย ทั้งนี้ระบบ HSTC ทำไว้ให้เลือก “ปิด” ได้ด้วย จุดนี้ใครอยากมันส์กับอาการรถในทางฝุ่นก็เหมาะครับ

5.ช่วงล่างมาดี! กับฟีลลิ่งทางดิน…?

ก่อนจะไปว่าถึงทางดิน เอาฟิลลิ่งทางดำก่อน เรื่องนี้โฟกัสไปที่ “ระบบช่วงล่าง” ที่บอกได้เลยว่านี่คือ “จุดเด่น” ของ New ADV350 ซึ่งเป็นโช้คหน้าหัวกลับที่มาพร้อมชุดแผงคอบน-ล่างแบบโช้ครถวิบาก …และอย่างที่บอก เราเปิดการรีวิวทริปนี้ด้วยการขี่ “ในเมือง” เส้นทางในกรุงเทพที่วิ่งผ่านนั้นล้วนเป็น “พื้นที่ก่อสร้าง” ถนนพังๆเต็มไปหมด ปรากฏว่า คู่โช้คหน้า อัพไซด์ดาวน์ ช่วงยุบ 125 มม. กับ คู่โช้คหลังแบบมีซับแท็งก์ ช่วงยุบ 130 มม. ทำงานได้กลมกล่อม ช่วยเก็บอาการสะเทือนสะท้อนพวกนั้นได้เยอะ

ส่วนในเรื่องเดินทางไกลชูทเร่งในความเร็วสูง บอกเลยว่าไม่มีอาการหน้าไว ห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่า “ชกมวย” เยอะด้วย
ส่วนอาการช่วงเลี้ยวโค้ง ซึ่งเส้นทางในโซนลพบุรี มีทั้งช่วงโค้งไฮสปีด และโค้ง S แบบไม่เอียงองศาให้ได้ลอง ซึ่งจากที่ได้เล่นกับโค้งอยู่หลายช่วง ได้ข้อสรุปว่าช่วงล่างเดิมๆกับทางดำ New ADV350 ให้การเลี้ยว S ที่คม พลิกรถไวๆ ได้โดยไม่มีเหวอแล้วยังเลี้ยวโค้งไฮสปีดได้นิ่ง ไม่มีอาการยวบหรือสับเลย

ส่วนในช่วง “ทางดิน” ซึ่งเราตั้งใจลงไปเล่นหลายช่วง หลายสภาพทาง คำตอบที่ได้ก็ทำให้รู้สึกอิจฉาบรรดาเจ้าของรถคันนี้เลย เพราะอาการของช่วงล่างในทางดิน นุ่มหนึบ คลี่คลายแรงสะท้อนได้กำลังเหมาะ เมื่อรวมกับฟิลลิ่งของแฮนด์บาร์แบบกว้าง ที่นอกจากจะคุมรถได้ดีแล้วยังมีส่วนการกระจายแรงสอดรับกับสไตล์ SUV แบบนี้ ยิ่งทำให้ลดอาการเหนื่อยล้าจากการขับขี่ได้ตรงจุด…ช่วงล่างดีแบบนี้…ทางดินหรือทางดำ…เอาอยู่!!

6. เบรก ล้อ ยาง

เวลาที่ได้ไปขี่แบบ Full Trip เป็นโอกาสที่ดีในการค้นหาประสิทธิภาพของออพชั่นที่ติดรถมาแบบละเอียด ขอเริ่มที่ระบบเบรก ซึ่งเราเลือกตั้งใจเบรกทดสอบเพื่อดูอาการ โดยชุดดิสก์หน้า-หลัง ABS 2 แชนแนล รู้สึกได้ว่าจังหวะการทำงานของ ABS มีความเฉพาะของ New ADV350 เนื่องจากมันให้ฟีลลิ่งการเบรกในแบบรถ SUV ซึ่ง หยุด-อยู่-แม่นยำและยังช่วยให้มีอาการบนทางดินให้เราได้สนุกกับอาการรถได้ดีด้วย ทั้งนี้ระบบเบรกของ New ADV350 มีไฟเบรกฉุกเฉิน ESS ที่กระพริบเมื่อเบรกกะทันหันในความเร็ว 50 กม./ชม. ขึ้นไป ส่วนล้อแมกซ์แบบ X-Shape 6 ก้าน พร้อมยางแบบ Block Pattern (หรือยางแบบดอกบั้ง) หน้า 120/70-15 หลัง ให้ฟิลลิ่งดีเกินคาด ทำให้การขี่ทั้งเลี้ยวโค้งทางดำได้หนึบ และยังลุยเทรลได้พอเหมาะ อย่างไรก็ตามจากที่ลอง หากคนขี่น้ำหนักไม่มากและไม่มีสัมภาระบรรทุกก็ควรลดแรงดันลมยางลงมาสัก 2-3 ปอนด์ เพราะจะได้ความนุ่มนวลเพิ่มมาคอนโทรลรถง่ายขึ้น…

7. ฟังก์ชัน

ที่อยากกล่าวถึงคือ “ชิลด์หน้า” ที่ปรับได้ 4 ระดับ(ปรับด้วยมือ) จากการขี่ทั้งทริปพบว่าชิลด์นี้ออกแบบมาให้แมตช์กับแอโรไดนามิคของรถ ตัดลมได้ดีทั้งยังปล่อยลมผ่านช่องที่เซาะไว้มาระบายความร้อนคนขี่ได้พอสมควร แต่ในความเห็นผมคือน่าจะใบใหญ่อีกหน่อยและถ้าให้สะดวกสุดก็ชิลด์ไฟฟ้าแบบ Forza350 ส่วนที่เหลือก็พื้นที่ใต้เบาะกว้างใส่หมวกกันน็อคได้ 2 ช่องชาร์จไฟแบบ type C ฟังก์ชันหน้าจอที่เซ็ตทริปได้ 2 ทริป อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่แยกแต่ละทริป การคอนโทรลหน้าจอทำได้ที่ปุ่มจากแฮนด์ฝั่งซ้ายซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานสะดวก เช่นเดียวกับระบบ Road Sync ที่เชื่อมต่อง่ายและเวิร์คจริงกับการใช้งานสั่งการด้วยเสียง

8.ควรเลือกรุ่นไหน? New ADV350 มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ

รุ่น RoadSync Type (ติดตั้งระบบ HSVCs) มีให้เลือก 3 สี เทา-ดำ Spang Silver Metallic, ดำ Matte Carbonium Gray Metallic และแดง-ดำ Matte Carnelian Red Metallic ราคาแนะนำที่ 183,900 บาท
รุ่น Standard Type มีให้เลือก 3 สีเช่นกัน คือเทา-ดำ Spang Silver Metallic, ดำ Matte Carbonium Gray Metallic และแดง-ดำ Matte Carnelian Red Metallic ราคาแนะนำที่ 181,900 บาท
ส่วน 2 ตัวแต่งพิเศษจาก H2C ที่มีคือ รุ่น Urban racer edition ราคาแนะนำ 199,500 บาท ตามด้วยรุ่น Touring master edition ราคาแนะนำ 197,500 บาท

…อยากบอกว่าด้วยสมรรถนะที่เข้าขั้น “ดีเยี่ยม” กับรูปลักษณ์เฉียบคมแบบนี้ ใครเลือกมาใช้ก็ยืนระยะกันไปยาวๆ…ถึงตรงนี้ จะเลือกเล่นรุ่นไหนก็อยู่ที่แนวถนัดและกำลังทรัพย์…!!


16 เม.ย. 2565
คุณได้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว

ลงทะเบียนแจ้งเตือน
โปรโมชันพิเศษสำหรับคุณ

ข้อเสนอพิเศษ
เฉพาะคุณ

ไม่พลาด
ทุกความเคลื่อนไหว

อัปเดตรถรุ่นใหม่
ก่อนใคร

╱╲

กลับขึ้นด้านบน

Honda Motorcycle Store

ร้านจำหน่ายเสื้อผ้า Honda Collection, อะไหล่ตกแต่งรถจักรยานยนต์ฮอนด้าโดยถูกต้อง และได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ